คาร์บอนเครดิต คือ สิทธิที่เกิดมาจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถได้รับมาได้จากทั้งการดำเนินงาน และการทำกิจกรรมภาคป่าไม้ ซึ่งสิทธิเหล่านี้นั้นจะต้องได้รับการผ่านการตรวจวัด และการขอการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จากนั้นคาร์บอนเครดิตดังกล่าวจึงจะสามารถนำไปซื้อขายภายในตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตให้กับหน่วยงานที่มีความต้องการเพื่อนำไปใช้ในการบรรลุเป้าหมายของที่แต่ละองค์กรที่กำหนดไว้ได้
ตลาดคาร์บอนเครดิตคืออะไร?
ตลาดคาร์บอนเครดิต คือ พื้นที่ที่เป็นสื่อกลางในการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจัดขึ้นเพื่อมีจุดมุ่งหมายในการเป็นส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยปัจจุบันตลาดคาร์บอนเครดิตสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
- ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Market) คือ ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาล และมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย โดยมีกฎระเบียบ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการอย่างชัดเจน โดยมีรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคนกำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยหากหน่วยงานใดที่เข้าร่วมในตลาดและไม่สามารถปฏิบัติตามได้ก็จะมีบทลงโทษตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
- ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) คือ ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาด้วยความร่วมมือจากภาคธุรกิจด้วยกันเองเพื่อเข้าร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิตโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่อย่างไรก็ดี ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจนั้น ไม่ได้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันตลาดคาร์บอนเครดิตอยู่ในรูปแบบของตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ โดยดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และกำกับดูแลโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
ประโยชน์ของคาร์บอนเครดิต
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาวะโลกร้อน โดยกิจกรรมที่สามารถลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกจะได้รับคาร์บอนเครดิตเป็นผลตอบแทน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจูงใจให้ภาคเอกชนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงช่วยส่งเสริมการดำเนินโครงการด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในสังคม สนับสนุนการปลูกป่าเพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอน และส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจสีเขียวและพลังงานสะอาดในระยะยาว ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่และกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
คาร์บอนเครดิตจากโครงการอ้างอิงของโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์ (Blu Green Token)
สำหรับคาร์บอนเครดิตจากโครงการอ้างอิงนั้นเป็นคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการจัดอยู่ในกลุ่มของ “Blue Carbon” ซึ่งเป็นคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจกโดยระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งมีศักยภาพในการดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถทำได้สูงกว่าป่าประเภทอื่น
สรุป
ปัจจุบันคาร์บอนเครดิตถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์นั้นเป็นรูปแบบการลงทุนทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการฟื้นฟู และบำรุงรักษาป่าชายเลนเพื่อให้ได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิต
