GREEN & CLIMATE TECHNOLOGY

GREEN & CLIMATE TECHNOLOGY
เทคโนโลยี เพื่มความยั่งยืน
ของธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

          สภาวะโลกเดือดเป็นปัญหาระดับโลกที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเป้าหมายร่วมกัน บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในกลยุตธ์ต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศจึงเร่งรัดพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้, ต่อยอดการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ, บรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality รวมถึง Net-Zero Emission, และเติบโตอย่างยั่งยืน

          แล้ว Green & Climate Technology  คืออะไร? บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีส่วนนี้คือเข้ามาเป็นตัวช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อธธรรมชาติ สร้างผลดีต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคม เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมีอยู่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก

  1. กลุ่มพลังงาน เทคโนโลยีกลุ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อหันมายกระดับคุณภาพของพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้พลังงานและเชื้อเพลิง โดยมีตัวอย่างเทคโนลียีที่เกี่ยวข้องเช่น
    1. พลังงานไฟฟ้า (Electrification)
    2. พลังงานทดแทน (Renewable Energy)
    3. ยานยนต์พลังงานสะอาด (Alternative Mobility)
    4. การใช้ไฮโดรเจน (Hydrogen)
    5. สร้างโครงข่ายไฟฟ้า (Power grid)
    6. การประมวลผลระบบคลาวด์ (Cloud Computing)
    7. ระบบอาคารอัจฉริยะ (Smart Building)
  2. กลุ่มเกษตรกรรม (Agriculture) เทคโนโลยีภาคการเกษตรมุ่งพัฒนาวิธีการยับยั้งและลดการปล่อยมลพิษอันเนื่องมาจากกระบวนการสร้างผลผลิตทางการเกษตร สรรหาวิธีการเพิ่มผลผลิตทว่าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด
  3. กลุ่มการจัดการขยะ (Waste Management) ปัญหาขยะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงและกินเวลายาวนานต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีกลุ่มนี้จึงตั้งเป้าหมายไปที่การควบคุมขยะ การลดจำนวนผลิต การคัดแยกเพื่อให้สามารถแปรสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวอย่างเทคโนลียีที่เกี่ยวข้องเช่น
    1. ระบบคัดแยกขยะ 
    2. เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel)
  4. วัสดุสีเขียว (Green Materials) เพื่อลดปัญหาขยะจากต้นเหตุ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ซึ่งทำมาจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่ายหรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้น้อยกว่า ถือเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่สำคัญไม่แพ้กับ
  5. กลุ่มบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Mitigation Mechanism) การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกับก๊าซเรือนกระจกโดยตรง โดยมีตัวอย่างเทคโนลียีที่เกี่ยวข้องเช่น
    1. การดักจับคาร์บอน (Carbon capture) 
    2. การปลูกและฟื้นฟูป่า (Afforestation) 

วิธีรับมือกับ Carbon Footprint โดยการนำเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศกลุ่มบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกมาปรับใช้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  1. Carbon Reduction หรือ การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ ภายในห่วงโซ่อุปทานหรือระบบนิเวศของบริษัท อาทิเช่น การนำเทคโนโลยีสะอาดมาปรับใช้ หรือการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมในกิจกรรมและการดำเนินงานต่าง ๆ 
  2. Carbon Removal หรือ การกำจัดคาร์บอน คือการกำจัด CO₂ ออกจากชั้นบรรยากาศโดยใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่าทดแทน หรือเทคโนโลยีการจับและจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage) 

 

พูดให้เห็นภาพ หากเปรียบโลกของเราเหมือนกับถังใบใหญ่ คาร์บอนเป็นขยะที่ถูกเติมเข้าถังมาเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขยะล้นออกจากถัง เราต้องทั้งพยายามใช้ชีวิตโดยให้เกิดขยะน้อยที่สุด (การลดการปล่อย) และต้องรู้จักนำขยะออกจากถังไปทำลายทิ้ง (การกำจัด) เพื่อจัดการและลดระดับขยะในถังอย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิธีกำจัดคาร์บอนแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

  1. การกำจัดโดยใช้หลักการทางกลศาสตร์ (Mechanical-based Solution) ปัจจุบันมีการศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เทคโนโลยีอเทคโนโลยีการจับและจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage) โดยดักจับก๊าซเรือนกระจกบนชั้นบรรยากาศซึ่งเกิดมาจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม และฝังมลพิษเหล่านั้นลึกลงไปใต้พื้นดิน
  2. การกำจัดโดยพึ่งพาธรรมชาติ (Nature-based Solution) เช่นการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์ นอกจากจะสามารถกำจัดก๊าซเรือนกระจกออกไปจากชั้นบรรยากาศ ผลิตออกซิเจนเข้าทดแทน ยังช่วยส่งเสริมระบบนิเวศโดยเพิ่มที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิต โดยวิธีดังกล่าวยังช่วยพัฒนาชุมชนทางอ้อมอีกด้วย 
    1. จะเห็นได้ว่าโครงการปลูกป่าซึ่งมีการร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อดูแลและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเหล่านี้สามารถสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ และเป็นแหล่งทำมาหากินให้กับชาวบ้านนั้น นอกจากจะได้ผลลัพธ์เป็นการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเพื่อช่วยลดสภาวะโลกร้อน เรามุ่งไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อีกด้วย
scroll to top