คำถามที่พบบ่อย

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Blu Green Token คืออะไร?

คือโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Token) ที่ออกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนนำไปสนับสนุน "โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศไทย" ภายใต้โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต พ.ศ. 2565  ในพื้นที่รวม 17,531.04 ไร่

ทำไมต้องลงทุนใน Blu Green Token?
  1. การสร้างรูปแบบการลงทุนใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและได้รับผลประโยชน์จากการเข้าร่วมบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการผนวกการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกัน
  2. เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการรับรองให้สามารถซื้อขายได้ตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.
  3. โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยการทำธุรกรรมผ่านสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)
  4. ผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงสุทธิ ซึ่งจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่ปีที่ 5 ของโครงการเป็นต้นไป

หากเกิดกรณีที่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิตได้ตามแผน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินลงทุนเริ่มต้น พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสม ในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี โดยคำนวณเป็นรายวันนับตั้งแต่วันเริ่มโครงการ

พื้นที่โครงการปลูกป่าตั้งอยู่ที่ไหน?

พื้นที่โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศไทย ภายใต้โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ประจำปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนทั้งหมด 17,531.04 ไร่

รวมทั้งหมด 15 จังหวัด

  1. กระบี่
  2. ฉะเชิงเทรา
  3. ชุมพร
  4. ตรัง
  5. ตราด
  6. นครศรีธรรมราช
  7. ประจวบคีรีขันธ์
  8. ปัตตานี
  9. พังงา
  10. ภูเก็ต
  11. ระนอง
  12. ระยอง
  13. สตูล
  14. สมุทรสงคราม
  15. สุราษฎร์ธานี
ผู้ออกโทเคนดิจิทัลมีกลไกปกป้องผู้ถือถือโทเคนดิจิทัลอย่างไร?

     ในการดำเนินโครงการอ้างอิงรวมถึงการได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิตอ้างอิง ผู้ออกโทเคนดิจิทัลอาจเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหรือเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อจำนวนคาร์บอนเครดิตอ้างอิงของโครงการโทเคนดิจิทัล หากโครงการอ้างอิงถูกเพิกถอน ยกเลิก หรือการดำเนินการโครงการอ้างอิงถูกขัดขวาง ส่งผลให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลไม่สามารถดำเนินโครงการอ้างอิงต่อไปได้ ผู้ออกโทเคนดิจิทัลจะรายงานเหตุการณ์ที่ทำให้หรืออาจทำให้ต้องยกเลิกโครงการโทเคนดิจิทัล หรือเลิกโครงการ กิจการ หรือแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัลพร้อมด้วยเหตุผลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 3 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุการณ์ ภายหลังการประเมินผลกระทบต่อโครงการอ้างอิง ผู้ออกโทเคนดิจิทัลจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลที่มีสิทธิได้รับชำระผลตอบแทนดอกเบี้ยทบต้นสะสมและเงินต้น โดยจะแจ้งวันกำหนดสิทธิในการจ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยทบต้นสะสมและเงินต้นให้แก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลทั้งหมดทราบล่วงหน้า 6 วันทำการ ผ่านทางอีเมลและประกาศในเว็บไซต์ของผู้ออกโทเคนดิจิทัล 

     ทั้งนี้ ผู้ถือโทเคนดิจิทัลที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรเงินลงทุนเริ่มต้นและผลตอบแทนทบต้นสะสมในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี  ซึ่งมีการคำนวณแบบรายวันนับตั้งแต่วันเริ่มโครงการจนถึงวันกำหนดสิทธิในการจ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยทบต้นสะสมและเงินต้น

จะเริ่มได้รับผลตอบแทนเมื่อไหร่?

ผู้ออกโทเคนดิจิทัลมีนโยบายทยอยขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงตั้งแต่ปีที่ 5 ของโครงการเป็นต้นไป ดังนั้น ในช่วงปีที่ 1 – 4 ผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะยังไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ

ใครสามารถลงทุนได้บ้าง และมีเพดานการลงทุนหรือไม่?

ผู้ลงทุนทุกประเภทสามารถลงทุนได้ โดยผู้ลงทุนรายย่อย (ที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือผู้ลงทุนรายใหญ่) จะสามารถลงทุนได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท

Blu Green Token สามารถซื้อขายได้อย่างไรในประเทศไทย?

Blu Green Token สามารถซื้อได้ผ่านช่องทางของผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) และภายหลังที่โทเคนดิจิทัลเข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ลงทุนจะสามารถซื้อขายโทเคนดิจิทัลดังกล่าวในตลาดรองที่เปิดให้ซื้อขายได้

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัลมีอะไรบ้าง?

โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงบางประการเช่นเดียวกับการลงทุนรูปแบบอื่น อาทิ ความผันผวนของตลาด การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น ผู้ลงทุนควรประเมินการยอมรับความเสี่ยงอย่างรอบคอบและตัดสินใจอย่างละเอียดก่อนลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเหล่านี้ โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของโครงการ

scroll to top